วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

หนังสือเล่มโปรด

ผมจะรู้สึกไม่มั่นใจทุกครั้ง หากการออกเดินทางไร้กระเป๋าข้างกาย แม้ระยะทางนั้น อาจจะใกล้แค่ การเปลี่ยนสถานที่ในกิจวัตรประจำวัน หรือไกลขนานระหกระเหินข้ามจังหวัด (เอ่อ... ผมยังไม่เคยไปต่างประเทศ แต่คาดว่าหากมีโอกาสต้องเอากระเป๋าไปด้วย อ่ะนะ ) กระเป๋าเป้ที่ติดบนหลัง บางครั้งสะพายด้วยไหล่ข้างเดียว แต่มันได้เกี่ยวหลายอย่างออกเดินทางพร้อมกันกับผม ข้างในที่บรรจุ สมุดบันทึกไว้ระบายเรื่องราวที่ได้พบเจอผ่านตัวอักษร ปากกา ดินสอ ยางลบ ใบแจ้งหนี้ กระดาษโน้ต สี แว่นตา กระจก หวี ( สองอันหลังนี้ไม่มีนานแล้ว เพราะใครบางคนเคยฝากไว้ในกระเป๋า แต่เขาคนนั้นจูงมือเธอจากไปแล้ว... ทิ้งสองอย่างนี้แหละไว้ให้ดูต่างหน้า ฮื้อ...) แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่เคยลืมเลยคือ เธอ ... เพื่อนที่ดีที่สุด ขอติดกระเป๋าเป้ไปทุกครา และผมเองก็มักหาเวลาอยู่กับเพื่อนประเภทนี้ ทุกครั้งที่รู้สึกเหงา เพื่อนที่ไม่เคยเกี่ยงงอน แม้บางครั้งจะหลงลืมทิ้งขว้าง ให้นอนนิ่งในกระเป๋าเป้ไปนานเพลาบ้าง เพื่อนที่ไม่เคยส่งเสียงต่อว่า ทว่าทำให้ผมรู้สึกดีทุกครั้งเมื่อสัมผัสเธอ ใช่แล้วเพื่อนที่ว่านี้ คือ

หนังสือเล่มโปรด

ผมเป็นผู้ชายที่มีเพื่อนน้อย เพราะเพื่อนในชีวิตจริง เริ่มมีเจ้าของในการใช้ชีวิตไปหมดแล้ว (หรือจะว่าให้ง่ายก็คือ พวกมันมีเมียคอยบงการชีวิตอยู่) ดังนั้นชีวิตอิสระระหว่างเพื่อนชายต้องหดหายไป อ้าว ! แล้วเพื่อนหญิงล่ะ ใครบางคนเคยถามผม ผมเองไม่ค่อยสันทัดในการคบเพื่อนผู้หญิง (เฮ้อ!) แน่นอน ว่าผมกลายเป็นชายขี้เหงาขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นผมจึงมักรู้สึกว่า เพื่อนในกระเป๋าเป้ เป็นเธอข้างกาย รู้สึกอบอุ่นทุกที ที่ได้ไล่สายตาไปยังเธอ

แล้วทำไมต้องเป็นเธอ ?

หากเอาความรู้ทางจิตวิทยามารองรับความรู้สึกผมในระยะนี้ อาจบอกได้ว่า ผมขาดความอบอุ่นจากเพศตรงข้าม จึงหาที่พักพิงทางใจเป็นหนังสือ หรืออีกข้อคือ ผมเบื่อเพื่อนผู้ชายแล้ว คบกันมาตั้ง29 ปี จิตใจคงอยากเปลี่ยนรสชาติบ้าง

บ้า! บางคนคงอุทานในใจ ก็ได้ผมยอมรับ... แต่บางครั้งการมีสติที่ดี ในโลกที่วุ่นวาย อาจไม่มีความสุข เท่าบ้าๆบอๆ ในโลกของตัวเอง เพราะบางครั้ง เธอทำให้ผมรับรู้เรื่องราวของอีกซีกโลก สัมผัสได้ถึงรสชาติที่ไม่เคยลิ้มลองในหน้ากระดาษ อีกทั้งเธอยังส่งเสียงกล่อม บนที่นอนให้หลับฝันดี แม้บางทีเธอจะเกรี้ยวกราดส่งรสฝาดในเช้าอันขมุกขมัว เมื่อผมส่งสายตาไปยังบรรทัดที่ตัวเองไม่ชอบ แน่นอน ว่าผมข้ามบรรทัดนั้นไป เพื่อรักษาความสัมพันธ์ครั้งเก่าก่อน บางเรื่องที่เธอเล่า เล่นงานผมหนัก บีบหัวใจให้สงสาร นึกรักขึ้นมาจับใจ

ครั้งนั้น เธอคงไม่ได้ยิน ว่าผมร้องเพลง ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย อยู่ในใจ

และที่สำคัญ ผมเลือกเธอ ให้เข้ากับชีวิตผมได้ ท่านผู้อ่านอย่าถือสา หากการเล่าเรื่องราวครั้งนี้ออกจะไม่ปรกติสุขอยู่บ้าง โปรดให้อภัยคนไร้รัก ขาดแคลนเพื่อน ตกหลุมพรางความคิดตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเขลาในการใช้ชีวิต (ช่วงนี้มีเพลง คนที่ไม่เข้าตา ของแคลลอรี่บาร์บาร์ คลอไปด้วยคงจะเข้าท่าดีมิใช่น้อย) แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ หนังสือไม่เคยทำร้ายใคร ไม่ว่าคุณจะมองหนังสือเป็นเพื่อน เป็นสิ่งของ เป็นตัวแทนความรู้ เป็นหมอนเอาไว้หนุนนอน หรือเป็นเธอข้างกายเหมือนที่ผมรู้สึก

ใครบางคนว่าไว้ เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนตายนั้นหายาก ใช่ ! หากมันยากเย็นมากนัก ลองหาหนังสือเล่มโปรดมาเป็นเพื่อนข้างกายบ้างซิ แต่คงไม่ถึงขนาดอนุมานว่า หนังสือเป็น เธอข้างกายเหมือนผมหรอกนะ ถ้าเข้าขั้นผม เรียกว่า เหงาสาหัส น่าเป็นห่วงเชียวล่ะ

1 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อิอิ เขียนเยอะจังนะคะ สู้ๆคะผู้จัดการ ว่างๆช่วยทำงานให้ด้วย แหะๆ

ฝากช่วงเวลาใหม่ของช่องด้วยครับ "ทดลองออกอากาศ" https://www.youtube.com/watch?v=UZbbyVur1bk https://www.youtube.com/watch?v=-...