1 เรื่องของรื่นฤดี
โลกร้อนขึ้นทุกวินาที!
ฤทธิ์แดดแรงกล้า คล้ายจะเผาจิตใจหล่อนให้ละลายออกมาพร้อมๆกับเหงื่อรสเค็ม ที่กำลังแสดงอณาเขตการเปียกปอนบนแผ่นหลังหล่อนอยู่โข ตลอดวันจันทร์กระทั่งวันศุกร์ มิเว้นหยุดแม้เสาร์-อาทิตย์ จิตใจของรื่นฤดีง่วนอยู่กับภูมิอากาศรอบตัว หล่อนทั้งชิงชัง ตัดพ้อ โกรธแค้น เจ้าไอแดดร้อนระอุเบื้องบน แต่ต้องอดทนยืนยื่นหยิบวัตถุพลาสติกรูปขวดบรรจุผงความเย็น ให้แก่ปวงชนที่สัญจรไปมา
บางครั้งของฟรีที่ได้มาครอบครองง่ายๆ อาจถูกปฏิเสธจากคนในประเทศ ที่ขึ้นชื่อว่า คลั่งไคล้ของฟรีเป็นที่สุดก็ได้ ดั่งเช่นตัวอย่างคลื่นมนุษย์ ที่กำลังง่วนกับการลื่นไหลผ่านเข้าออกประตูห้างสรรพสินค้ากลางกรุงแห่งนี้ กำลังเฉยเมยของฟรีจากมือรื่นฤดี
ผู้ชายเสื้อแดงอาจจะเอื้อมหยิบไม่ทัน
หล่อนในชุดออฟฟิศสีขาว คงไม่เห็นความสำคัญที่ช่วยให้ชีวิตหล่อนสดชื่นขึ้น
เด็กหญิงวัยรุ่นในชุดนักศึกษา คงจะมีของประเภทนี้ยี่ห้ออื่นไว้ใช้แล้ว
คุณป้าแกแก่แล้วคงไม่ใช้กระมัง จึงไม่รับแป้งเย็นจากมือรื่นฤดี แต่ช่างเถอะ! รื่นฤดีมีหน้าที่มาให้ของฟรี เธอไม่สมควรคิดอะไรให้เกินเลยกว่านี้
รื่นฤดีเคยทดลองใช้สินค้าโปรโมชั่นใหม่ในมือแล้ว ‘สารปริกลีฮีท’ มันช่วยให้ซาบซ่า สดชื่นไปทั่วกาย คล้ายผงชุบชีวิตปลิดความรุ่มร้อนให้คลายตัวลง หล่อนใช้มันโรยลงบนผิวกายทุกซอกทุกมุม หลังเสร็จสิ้นภาระกิจชำระร่างกายเมื่อเช้านี้
ทว่าอุณภูมิยามบ่าย เอาชนะปราการด่านสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวหล่อนได้โดยสิ้นเชิง
เหมือนน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ
เหมือนกำลังใจแพ้โชคชะตา
เหมือนเวลาของความรักแพ้คนใกล้ตัว
รื่นฤดีแยกทางกับเขานานแล้ว นานพอที่จะรู้ว่าความรักเป็นเช่นไร ผิดหวังในรักครานี้ ถึงมีแป้งเย็นสักกี่กระป๋องก็มิอาจช่วยให้สดชื่นได้ ความจริงใจเหมือนกระดาษห่อรักที่ร้อนเป็นไฟไม่ได้ มันไหม้ละลายไปกับเขาและเธอ ผู้เป็นเพื่อนสนิทชิดเชื้อกันที่สุด
ชิดใกล้จนเชื้อไฟปะทุร้อนระอุ
รื่นฤดีเพิ่งประจักษ์ว่านักร้องเพลงร็อคคนนั้น เขียนเพลงได้โดนใจเป็นที่สุด
“ฉันทำเพื่อเธอ กระดาษใบนี้จะตรงขวางทาง เชื้อไฟอย่างเธอ... จะยอมถูกเผาไฟ แม้ตายก็ยอม... ดวงใจถูกเผาลงในพริบตา รักเธอก็ยอม... จะยอมเพื่อเธอ”
จริงดั่งถ้อยคำในบทเพลง รื่นฤดียอมทุกอย่าง ยอมแม้กระทั่งโยกย้ายตัวเองออกจากอาณาเขตรักเมื่อวันวาน ปล่อยให้เขาเสพสมกับเพื่อนสนิทได้อย่างเปิดเผย…
2। ความเศร้า ของ ประณต
วันนี้เป็นค่ำคืนวันจันทร์ ผู้คนในร้านจึงบางตา ดนตรีท่วงทำนองสไตล์อันปลั๊กผสมกับเสียงใสนักร้องสาวสวยเพราะพริ้งอยู่ในอากาศ ประณตนั่งอยู่ในมุมมืดที่ประจำ สายตาเหม่อมองผ่านแผ่นกระจกใสไร้จุดโฟกัสที่แน่นอน
กาแฟยังมีรสขมเหมือนเดิม
ประณตอยากเพิ่มรสบางอย่างให้กับชีวิต ทว่ามันไม่ง่ายเหมือนเติมครีมเทียมหรือน้ำตาลลงในถ้วยกาแฟ ไม่แปลกที่ค่ำคืนนี้เขาจึงจิบกาแฟรสขมกับชีวิตที่ขมขื่นยิ่งกว่า
ประณตคิดว่า บางครั้งการได้เชยชมอะไรต่อมิอะไรภายใต้การรับรู้ของดวงตา และฉกฉวยมาครอบครอง แม้กระทั่งถือวิสาสะว่าเป็นเจ้าของนั้น เป็นความรื่นเริง ช่วยให้จิตใจที่บอบช้ำทุเลาลงได้
แต่นั่นมันเพียงแค่ชั่วครั้งคราว
ประณตมักพักสายตาลงที่ร้านรวงฝั่งตรงข้าม และเผลอวาดฝันจับจองเป็นเจ้าของในสิ่งที่ชื่นชอบตรงหน้า ทว่าความยุ่งยากคงไม่หันมามองดวงตาประณตเลย ถ้าสิ่งนั้นไม่ใช่มนุษย์
ประณตวาดฝันว่าตัวเองเป็นศิลปินหนุ่มหน้าตาดี มีร้านกาแฟเล็กๆไว้พักพิงพร้อมๆกับสร้างงานศิลปะให้สาวสวยตากลมคนนั้น ชื่นชมผลงานเขาไม่ห่างกาย และใครๆก็ต่างพากันยกย่องแวะเวียนเข้ามาทักทายปราศรัยด้วยความนับถือ
สาวสวยคนนั้นคือเธอ
เธอซึ่งมีแววตาดึงดูดให้จิตใจประณตหวั่นไหวระส่ำระส่าย เมื่อมีโอกาสได้ชิดใกล้ขณะที่เธอยกกาแฟมาเสริฟ ประณตคิดว่าหากเขาเคลื่อนย้ายจิตใจและความรู้สึก เข้าไปสถิตในรูปกายสูงผิวขาว ใบหน้าหล่อเหลา ที่พร้อมขยี้ใจสาวๆแบบไม่ปราณีแล้วล่ะก็
เขาจะไม่ปฏิบัติต่อเธอแบบที่แฟนหนุ่มผู้นี้กำลังกระทำกับเธออยู่
ประณตลอบมองเธอนั่งน้ำตาซึมหน้าเคาน์เตอร์บ่อยๆ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้รับความรักจากแฟนหนุ่มเท่าที่ควร ประณตอยากปลอบประโลมดวงตาคู่นั้น แต่ทำได้แค่เพียงลอบคิด แม้ไม่กี่นาทีถัดมาความฝันจะโดนฉุดกระชาก ให้ประณตหล่นกระทบกับความจริงว่า เขาคือช่างภาพตกงานขาดแคลนรายได้มาหลายเดือนแล้ว โบราณว่าไว้ ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ทว่าวินาทีปัจจุบันนี้ประณตอยากจะตายจากความจริงซะให้รู้แล้วรู้รอด
แต่ก็เพียงได้แค่คิด
ดังนั้นเขาจึงคิดว่า การถดถอยตัวเองออกมาจากร้านกาแฟแห่งนั้น กลับมาพักพิงชายคากาแฟฝั่งตรงข้ามจะเป็นการดีกว่า อย่างน้อยมันก็ทำให้เขาปลอดภัยและมองภาพข้างหน้าได้กว้างไกลขึ้น เพราะใกล้ไฟปรารถนามากนักเชื้ออาจประทุขึ้นได้
ลมหนาวไม่รู้ระลอกที่เท่าไหร่ของค่ำคืนนี้ พัดผิวกายประณตให้สะท้าน มันรู้สึกเย็นจนถึงกระเพาะที่อ้างว้าง
ความร้อนของกาแฟเท่านั้นที่ช่วยให้ท้องของประณตอิ่มอุ่นได้นานยิ่งขึ้น॥
3. ความผิดของปวีณา
ป่านนี้มีดเล่มเล็กที่เสียบอยู่กลางหลังเธอ จะหลุดหายให้อาการเจ็บปวดทุเลาลงบ้างหรือยัง ฉันผิดเอง ผิดที่เป็นคนก้าวเข้ามาในชีวิตเธอและชาญ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย ว่าที่ที่จิตใจฉันอยู่จะมีห้องว่างเล็กๆ ระหว่างความรักของเธอสองคน แต่ฉันก็อยู่ในนั้นด้วยความสุขและความไว้วางใจเธอและชาญเสมอมา
ฉันขอบใจในความอาทรที่มีค่านี้
ตลอดเวลาฉันเฝ้าถวิลหาความรัก ที่เหมือนผ้าห่มผืนใหญ่ห่มคลุมให้ชีวิตฉันอบอุ่นขึ้นบ้างและเธอคือเพื่อนที่หยิบยื่นผ้าห่มผืนนี้ให้แก่ฉัน แต่แล้วชาญก็เปิดประตูเข้ามาในห้องว่างของฉัน
เป็นธรรมดา หญิงที่มีแต่ความอ้างว้างและห้องดวงใจเหงาๆเป็นเพื่อน จะหวั่นไหวต่อความรู้สึกต่างๆที่รุมเร้าง่ายขึ้น
รวมทั้งความรู้สึกของรัก
ฉันไม่รู้ว่านี่คือรักที่เฝ้าตามหามาตลอดหรือเปล่า รู้แต่เพียงว่า วินาทีนั้นชาญทำให้ฉันลืมนึกถึงความทุกข์ของเธอ ที่จะตามมาพร้อมกับความจริงเสียหมดสิ้น ไม่รู้ว่าชาญหรือฉันเป็นคนเริ่มเกมส์ก่อน ในค่ำคืนที่ความซ่อนเร้นเกาะกินทุกอณูร่างกายเรา คงเพราะความร้อนรุ่มกระมัง ที่ทำให้เราสองรู้สึกผิด หลังจากได้สติบนเตียงนอนอันเร่าร้อน
ฉันขอโทษ...
แต่เธอรู้ไหมว่า ตอนนี้ฉันกำลังได้รับผลกรรมของการกระทำนั้น มันรุมกัดกินความสุขให้เหลือแต่น้ำตาวันแล้ววันเล่า ชาญเปลี่ยนไป เขาโมโหฉุนเฉียวกับเรื่องไร้สาระบ่อยขึ้น อาจเพราะตัวฉันไร้สาระ หรือเขายังคงรักเธออยู่ ฉันไม่รู้ หากเป็นไปได้ ฉันอยากใช้น้ำตาที่รินไหล ล้างคราบเลือดเกรอะกรังจากบาดแผลที่ฉันเองแอบแทงเธอข้างหลังจริงๆ
ได้โปรดคืนมีดเล่มนั้นให้ฉันเถอะ
เผื่อว่าฉันจะใช้มันเป็นอาวุธแทงพวกโรคจิต ที่แอบมองฉันในร้านกาแฟทุกๆ คืน
ฉันสัญญา ครั้งนี้จะไม่แทงข้างหลังแน่ๆ…
4 เรื่องที่ชาญใคร่ครวญ
ใครบางคนเคยกล่าวไว้ว่า ความรักเป็นคนละเรื่องกับความใคร่ แต่บางครั้งผมคิดว่า รักกับใคร่เป็นของกันและกัน และบางทีชีวิตก็เล่นตลกกับอารมณ์ ให้เส้นบางๆที่กั้นกลางระหว่างสองความหมายนี้เลือนหายไป
‘ใคร่ที่จะรัก’ หรือ‘รักที่จะใคร่’ คงเป็นคำถาม ที่ผมเฝ้าหาคำตอบตลอดเวลาที่ก้าวเข้าสู่แดนดินของความรัก เพราะในเมื่อมองลึกลงไปถึงก้นบึ้งจิตใจแล้ว ‘เรื่องเซ็กส์ ’เป็นแรงผลักดันสำคัญในการใช้ชีวิตของผมหรือของใครหลายๆคน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะกล้าถามไถ่ตัวเองหรือเปล่า
แล้วความรักบริสุทธิ์ ที่ใครต่อใครบอกกล่าว อยู่ส่วนไหนของจิตใจมนุษย์?
ผมขอโทษที่หามันไม่เจอ และกว่าจะเจอ คงต้องเสียเวลาขุดคุ้ยนิยามของความรักให้จงได้ซะก่อน วินาทีนี้ ผมยังคงออกตามหามันตลอดเวลา ที่ยังมีลมหายใจเข้าออกร่างกาย ผมว่าทัศนคติคนเราเปลี่ยนกันได้ทุกวัน ทุกเวลา ทุกชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ที่พานพบ ดังนั้นจึงไม่ผิดที่ทัศนคติของความรักต้องเปลี่ยนแปลงทุกเวลา ผมบอกคุณได้เลยว่า ผมมีความสุขซาบซ่านขนาดโข เมื่อได้ร่วมรักกับหญิงที่ผมรัก(รักในนิยามของผม) และผมก็มีความสุขมากพอกันเมื่อได้ร่วมรักกับผู้หญิง(ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต) ทุกคน
ฮึ…ฮึ…ผมว่าคุณคงกำลังด่าทอและประณามว่าผมเลวระยำเป็นแน่แท้ แต่เดี๋ยวก่อน มีบางอย่างที่ผมยังไม่บอกคุณ
และถือซะว่านี่คือคำถาม
ถ้าผมตั้งสมมุติฐานว่า ความรักคือ การที่เราได้คิดถึงใครสักคนตลอดเวลา และต้องการใช้ชีวิตด้วยตลอดไปแล้วละก็ คุณลองตอบคำถามจากโจทย์สองข้อนี้ของผมสิ
ข้อที่หนึ่ง ผมได้เจอะเจอและร่วมรักกับผู้หญิงคนหนึ่ง หลังจากที่เราพูดคุยกันถูกคอในผับ แม้เราเพิ่งรู้จักกันเพียงชั่วข้ามคืน ตลอดหนึ่งปีเต็ม เราสองมีความสุข อิ่มเอม เปรมปรีดิ์กับการถ่ายเทความสุขระหว่างกันและกันเสมอ เธอเคยยอมรับว่าเรื่องบนเตียงเป็นเหตุผลหลัก ที่ผลักดันให้เธอย้ายเข้ามาอยู่ห้องเดียวกันกับผม(คงไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่ทำเช่นนี้ ทว่าเธอทำ) ผมคิดถึงเธอตลอดเวลาและอยากใช้ชีวิตด้วยกันตลอดไป เธอเองก็เช่นกัน
นี่คือความรักหรือความใคร่?
ข้อที่สอง ปวีณา คือเพื่อนของคนรักผมที่กล่าวถึงในข้อที่หนึ่ง เธอกำพร้าพ่อและแม่ ชีวิตนี้เธอเหมือนอยู่ตัวคนเดียว อ้างว้าง หว้าเหว่ และไม่ค่อยพูดจา น้อยครั้งมากที่ผมเห็นเธอยิ้ม ผมมีความสุขที่เป็นคนทำให้เธอหัวเราะได้ ในเวลาต่อมาผมรู้สึกว่าตัวเองมีค่าขึ้น เมื่อได้ปลดเปลื้องความทุกข์ของเธอ เราสองผูกพันกัน มีความสุขโดยไม่มีเรื่องเซ็กส์มาข้องเกี่ยว จนกระทั่งค่ำคืนแห่งโชคชะตาแวะเวียนมาเล่นตลกกับเรา ใช่! เราร่วมรักกัน
อารมณ์เสน่หาเกิดจากอณูรู้สึกส่วนใดในชีวิต
เวลา ความผูกพัน ความใคร่ หรือความรัก?
คุณช่วยตอบผมทีเถอะครับ…
5 เรื่องรักธรรมดา
เวลาเย็นย่ำเข้ามาในชีวิตรื่นฤดีอีกครั้ง หล่อนนั่งงุ่นง่านเก็บข้าวของเตรียมกลับที่พัก ความเหงาคงเข้ามาอยู่ในห้องเป็นเพื่อนสนิทเช่นเคย ตอนดึกดื่นรื่นฤดีมักตื่นขึ้นมาร้องไห้กับความจริงอันน่าชิงชังเสมอ
วันนี้ หล่อนจะกินให้อิ่มเพื่อจะได้หลับสนิท จะอ้วนถ้วนสมบูรณ์ก็ช่างมันเถอะ หล่อนไม่มีกะจิตกะใจจะเหลียวแลสรีระร่างกายเพื่อให้ใครชื่นชมอีกแล้ว
โป๊ก…อูว์…หัวหล่อนกระทบกับวัตถุแข็งบางอย่าง เสี้ยววินาทีที่หล่อนเหลียวมองหาแหล่งที่มาของต้นตอสาเหตุ หน้าต่างของดวงตาพลันสัมผัสกับร่างรูปหนึ่ง เขายิ้มขวยเขินขอโทษขอโพย หล่อนชนกับกล้องถ่ายภาพที่เขาสะพายอยู่บนบ่า รื่นฤดียิ้มให้กับตัวเองเป็นครั้งแรกของวัน
“เฮ้อ…” รักแรกพบมีจริงดั่งนิยาย
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ฝากช่วงเวลาใหม่ของช่องด้วยครับ "ทดลองออกอากาศ" https://www.youtube.com/watch?v=UZbbyVur1bk https://www.youtube.com/watch?v=-...
-
ในช่วงเทศกาลหยุดยาว ภายใน ม ขอนแก่น ผู้คนคงบางตากว่าปรกติ เราเลยขับรถออกมาจากห้องพัก ตั้งใจหนีความอุดอู้ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่ล้นไปด้วยความเ...
-
บางคนอาจจะจำเรื่องราวบางอย่างได้ไม่ยาก และหลงลืมเรื่องบางเรื่องโดยไม่รู้ตัว แต่สำหรับความรักแล้ว มีข้อยกเว้น ว่ากันว่ารักครั้งแรกของใครต่อใ...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น