วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2552

ร้านก๋วยเตี๋ยวในคืนฝนตก

เม็ดฝนร่วงหล่นลงมาตั้งแต่บ่ายคล้อย

เขาซึ่งเฝ้าดูการรุกรานของธรรมชาติหนนี้ กลางห้องอันเปลี่ยวเหงา ทอดสายตา เหม่อมองออกไปนอกห้องเช่าราคาถูก กำลังตัดพ้อ ทะลวงกรอบหน้าต่างว่า ใยสายฝนถึงรินเอื่อยเฉื่อย เรื่อยเปื่อยเยี่ยงนี้

เมื่อไหร่จะหยุดเสียที

ฟ้าที่ครึ้ม เริ่มไร้แสง และรุนแรงด้วยเสียงคำรามกลางกลุ่มเมฆ เขาหันไปมองเข็มนาฬิกาที่หัว มันเฉียงจากองศาที่คาดการไว้อยู่โข

หากเวลายังอยู่ในตำแหน่งที่เขาพอใจ แผนการดำเนินชีวิตที่วางไว้ จะพาเขาออกเดินทางจากห้องนี้

เพราะเวลาที่ว่า ในวันปรกติธรรมดา เมื่อไม่มีฟ้าฝนรุกราน เขาจะคิดการณ์ ฆ่าความจำเจ

กิจกรรมที่มวลมนุษย์เขาทำกันยามว่าง ชายผู้นี้ลองมาหมดแล้ว กิน นอน ขับถ่าย จ้องมองกรอบอิเล็คทรอนิค อ่านหนังสือทุกตัวอักษรที่เขาเป็นเจ้าของ ค้นหาความหมายระหว่างบรรทัด ในผลงานของนักเขียนผู้เลืองนาม แล้วคิดค้นจินตนาการของตัวเอง และเขียนมันออกมาจากความรู้สึก ที่เขามักเรียกมันว่า แรงบัลดาลใจ แต่กระนั้น เวลาที่เขามีอยู่ ดูเหมือนจะเหลือเฟือ สำหรับคนว่างงานเช่นเขา

12 ชั่วโมงแล้ว ที่เขาคลุกอยู่ในห้องนี้ และนาทีต่อจากนี้ไป เขาไม่รู้จะทำกิจกรรมอะไรอย่างอื่น

แน่นอน...เมื่อเวลาที่เหลือ มันมากจนรู้สึกถึงความอุดอู้จำเจ ที่เคลื่อนตัวเข้ามา เขาก็จะย้ายตัวเอง ออกมายังสถานที่อันน่าเบื่อ ทันที

แต่ยามนี้สายฝนคืออุปสรรคที่เขาพบเจอ ระหว่างคิดวางแผนก่อการทำลายความน่าเบื่อ

เฮ้อ.อ.อ.อ.อ.

เขาถอนหายใจแทนความหมายที่ครุ่นคิด

พลันสายตาก็มองสอดสายไปมา ตามธรรมชาติของคนที่คิดหาอะไรสักอย่างทำ
ร่มสีชมพู หุบตัว แขวนไว้ที่มุมผนังห้อง มันสงบนิ่งราวกับว่า อายุการใช้งานต่อจากนี้ มิใช่หน้าที่ที่มันจะต้องรับผิดชอบอีกต่อไป

ชายหนุ่มกับร่มสีชมพู กำลังถ่ายทอดความรู้สึกหนหลังแก่กันและกัน

ไม่ซิ... หากจะอธิบายให้ถูก ก็คือ เขากำลังครุ่นคิดฝ่ายเดียว ว่า ร่มสีชมพูคันนี้ คันที่แขวนอยู่ในห้องเขา มันเดินทางมาได้อย่างไร

คำตอบอยู่ในใจปวนความเจ็บปวด ช่างตรงข้ามกับรอยยิ้มของเจ้าคิ๊ดตี้สีชมพู ที่ยืนมีความสุขบนผืนผ้าร่มคันนั้นเสียจริง

เธอเป็นคนถือมันมา ร่มนั่นปกป้องสายฝนที่จ้องจะทิ้งตัวลงมากระทบใบหน้าที่มีรอยยิ้มสดใส ฟ้าที่มัวหมอง ตกเป็นรองเธอโดยพลัน

แล้วธอก็จากไป...โดยไร้ร่มข้างกาย จากการพยากรณ์เบื้อต้น คงเป็นดั่งเขาคาดการณ์ หลังจากนี้เธอคงไม่ใยดีต่อเม็ดฝนกระมัง เธออาจกำลังเป็นเจ้าสาวที่ไม่กลัวฝน ในอนาคตก็ได้ ส่วนเจ้าบ่าวจะเป็นใครนั้น เขาขี้เกียจจะเดา

เฮ้อ.อ.อ.อ.อ

เขาถอนหายใจไล่ลมหวิวในใจ

สองปีที่ใช้ร่มคันเดีนวกันกับเธอ (แม้เขาจะเคอะเขินบ้างบางเวลา ยามถือร่มที่มีลายคิ๊ดตี้) กับอีกสี่เดือนที่เดียวดาย หลังจากที่เจ้าของร่มคันนี้ทิ้งมันไว ครั้งสุดท้าย เมื่อเธอใช้งานเสร็จ เธอแขวนมันไว้ตรงนี้ หลังจากการณ์เหตุครานั้น เขาก็ไม่กล้าขยับหรือเคลื่อนย้ายมัน เพราะเกรงว่าเจ้าของจะไม่พอใจ หากกลับมาเห็นมันเปลี่ยนตำแหน่ง

ทว่าสายฝนเทตัวลงมาอย่างครึกครื้น ไม่มีวี่แววว่าธรรมชาติจะหมดสนุก

และเขาเองต้องการ ใช้ร่มป้องกันเม็ดน้ำ เพื่อเคลื่อนย้ายตัวเองไปจากที่แห่งนี้ เพื่อหาแหล่งสกัดกั้นเสียงในท้องที่เริ่มร้องแสดงความหิวในร่างกายเขา

ยามนี้ในหัวเขาเริ่มปั่นป่วนด้วยความคิดที่ไม่ลงรอยกันและกัน

ครื่น.น.น.น.น

เสียงฟ้าร้อง ให้คนว้าวุ่น คนองใจ ดั่งแรงลมฝน

เขาคว้ากุญแจหย่อนลงในกระเป๋า ปิดประตูลงกลอน เดินฝ่าสายฝนออกมาจากห้อง ทิ้งความสับสนเมื่อครู่ไว้เบื้องหลัง ไอ้แดง หมาประจำหอพัก ที่หลบฝนตรงใต้หลังคาบ้านพักฝั่งตรงข้าม มองเขาอย่างงุนงง “กินก๋วยเตี๋ยวมั้ยว่ะ ไอ้แดง “ นั่นเป็นประโยคแรกที่เขาเอ่ยขึ้นในวันนี้

ร้านก๋วยเตี๋ยวที่เขาหมายปอง จับจองบนฟุทบาทริมถนนสายหลัก ห่างจากที่ที่เขาเริ่มออกเดินทาง อยู่สี่ช่วงตึก เขาเริ่มวางแผนและคาดคะเนเส้นทางที่เปียกน้อยที่สุด ซึ่งก็ได้คำตอบว่า ไม่มีเส้นทางไหนเลย ที่เขาจะพักหลบสายฝนระหว่างการเดินทาง เพราะแต่ละตึกไม่มีชายคาให้ลี้ภัยละอองฝน

มีทางเดียวคือหันหลังกลับไปเอาร่มสีชมพู และนั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาคิดจะทำ

ไม่วันใดก็วันหนึ่ง เธออาจจะกลับมา ทวงคืนร่มคันนั้น และคงโกรษโดยพลัน หากมันเคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิม อาการแบบนี้ของเธอเริ่มต้นขึ้น จากการที่เขาเองมักเคลื่อนย้ายสิ่งของที่เธอวางไว้ และเก็บไม่เข้าที่ เครื่องสำอางค์หน้ากระจก เคยเป็นปัญหาหนักอก ที่ยกขึ้นมาทะเลาะกัน ในยามที่เธอหงุดหงิด เมื่อเห็นองศาของก้นหลอดครีมกันแดดผิดทิศทาง

ว่ากันว่า ใจหญิงนั้น ยากหยั่งถึง การกระทำบางอย่างอธิบายลำบาก ปราศจากเหตุผล ทว่าหากชายใด เป็นผู้นิยมในตัวเธอแล้ว คงไม่แคล้วคลาดตามใจเธอ

และโบราณว่าไว้ หากชายหญิงคู่ใด ทะเลาะกันในเรื่องไม่เป็นเรื่อง นั่นหมายความว่า การวิวาทนั้นมาจากมูลเหตุของความรัก

รักคืออะไร เขาไม่รู้

ที่โบราณว่าไว้ จริงแท้อย่างไร เขามิใคร่รู้ แต่ก็ยอมโอนอ่อนผ่อนปรน ต่อเธอโดยดี เสมอมา

จนนาทีสุดท้ายที่เธอแขวนร่มคันนั้นไว้

ครื่น.น.น.น.น

เสียงฟ้าตำราม เหมือนถามว่า เขาครุนคิดท่ามกลางเม็ดฝนที่ร่วงหล่นแล้วเสร็จหรือยัง พลังของการเหม่อลอยนั้นไม่คอยท่า มันทำให้เขาเปียกเสียแล้ว

เขาตัดสินใจก้าวขาออกไปข้างหน้า อีกไม่กี่ช่วงเวลา ร้านก๋วยเตี๋ยวก็อยู่ตรงหน้า จะมัวมาเสียเวลาถามไถ่ความนัยตัวเองอยู่ใย

ครื่น.น.น.น.น ครื่น.น.น.น.น

ฮ๊า.ด ด ด ด ด เช่ย.ย.ย !!!!

เสียงกระแทกอากาศนี้ เดินทางมาพร้อมกับการมาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวของเขา ชายขายเกี้ยวและบะหมี่งุนงง คงไม่เชื่อสายตา ว่าชายบ้า หรือดี มีจิตใจใคร่รสก๋วยเตี๋ยว ในยามที่คนขายเกี๊ยว ยังฝันถึงการเฝ้ารอสภาพอากาศปรกติในห้องอันอบอุ่น

“เอาบะหมีน้ำครับพี่” เขาสั่งการ พร้อมคลื่อนย้ายตัวเองเขามาในชายคาตึก

ชายขายเกี้ยวเลี้ยวตัวเองเข้าสู่ตำแหน่งหน้าที่ หยิบเส้นก๋วยเตี๋ยวพลางครุ่นคิด เรื่อยเปื่อย ทุกขั้นตอนเป็นไปแบบอัตโนมัติ เขาเดาว่าชายผู้นี้ คงลวกความจำเจไปกับผักสด กลุ่มนั้นกระมัง

ไม่นาน บะหมี่เกี๊ยว ก็เดินทางมาถึงโต๊ะ

กลิ่นมันหอมจนลืมรำคาญ เสื้อผ้าที่รีดผิว รัดเนื้อด้วยแรงเปียก

เอาหละ... เขาจะเริ่มระเลียดรสที่ทำให้น้ำย่อยในท้องหยุดละเลงผิวกระเพาะเสียที

ก่อนที่เขาจะเหยาะน้ำปลาลงบนถ้วย แสงไฟจากรถคันหนึ่งก็พุ่งตรงมาที่ร้าน และหยุดลง

บางครั้งคำพูดของใครคนหนึ่งที่บอกต่อกันมา มันก็เป็นจริงได้หลายหน โลกนี้ช่างกลมเหลือหลาย ชายผู้นั้น ผู้ที่ทำหน้าที่ควบคุมรถ นั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย ปล่อยให้เธอ เปิดประตูรถ เดินฝ่าสายฝนลงมาที่ร้านบะหมี่เกี๊ยว

เธอคนที่ทิ้งร่มไว้ และใครคนนั้นที่เขาเฝ้าจินตนาการ ว่าจะเป็นอย่างไร ยามที่เธออยู่ข้างกาย สี่เดือนที่สงสัย ปรากฎเป็นภาพความจริงตรงหน้าแล้ว

เธอสั่งการชายขายเกี๊ยว และเอี้ยวตัวมาหลบเม็ดน้ำบนฟุตบาท ในวิถีของการหันหน้าจังหวะหนึ่ง พลันภาพของเขาที่ถือขวดน้ำปลาก็ปรากฎให้เธอเห็น

เขาอยากหายตัวไปจากโลกนี้ ตอนนี้ หากเป็นไปได้

แต่แล้วความจริงก็บังคับให้เขาส่งยิ้มไปสู่เธอ

เธอยิ้มตอบ แต่เกรงว่าชายหลังพวงมาลัยคงจะมิชอบ เธอจึงรอบมองเขาเป็นระยะๆ แทนการเดินเข้ามาทักทายกัน เขาเข้าใจในสถานะการณ์ดี แต่อาการรุกรน ปนตื่นเต้น ยังแสดงให้เห็น และเธอคงจะสังเกตุได้

เวลาเดินผ่านคล้ายเชื่อช้า ต่อไปนี้เขาจะไม่ต่อว่า ภาพมิวสิขวิดีโอที่ชอบสโลโมชั่น ในทีวีแล้ว ประโยคสมมุติถูกคุดขึ้นมาเก็บไว้ในใจเขา เผื่อว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจจะเริ่มสนทนาขึ้น

แต่แล้ว...โลกที่กลมใบนี้เริ่มเคลื่อนตัวใหม่ เธอที่ยิ้มสดใส จ่ายเงินและเดินไปสู่ใครคนนั้น ความจริงเดินไปพร้อมๆ กับการหมุนของเวลาใหม่ เวลาที่เขาควรจะคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากได้แล้ว

เอ๋อ.อ.อ.อ.อ

เขาเรอไล่บางอย่างออกจากท้อง ราวกับว่ามันจะพาความเศร้าไปจากการปลดปล่อยครั้งนี้ด้วย

สายฝน เริ่มซาแล้ว แมวตัวหนึ่งคาบลูกออกมาจากที่หลบฝน มันกำลังหาที่เหมาะๆตรงใหม่

เขาเดินครุ่นคิด ออกมาจากร้านเกี๋ยวเตี๋ยวตรงนั้น

............................

กุญแจถูกสอดเข้ารู ครู่นึ่งล๊อกก็ถูกปลด คนหมดอาลัยตายอยากกำลังเคลื่อนตัวเขาสู่ความจำเจอีกครา พลันสายตาก็เจอะกับร่มสีชมพู คิ๊ดตี้กลับหัว ซึ่งตัวลีบอยู่ในรอยหุบของร่ม เหมือนกำลังอมทุกข์ช่วยเขา
สายตาที่เพิ่งเห็นภาพความจริงเมื่อครู่ กำลังจ้องมองร่มสีชมพู และทำความเข้าใจกับมัน
เวลาผ่านไป...

เข็มนาฬิกาเปลี่ยนองศาเข้าสู่การบอกเวลาของวันใหม่ เขายิ้ม เหมือนนึกอะไรออก หลังจากที่สับสน หลงทาง นิ่งเฉย กับความว่างเปล่า อยู่นาน

เธอไม่ได้ ถือร่มตอนที่ลงมาจากรถ หากอนาคตมันเป็นไปตามกฎของความนิยมถือร่มของเธอ สักวันหนึ่ง เธออาจจะกลับมาเอาร่มคันนี้ เพราะ มันเป็นสีชมพูที่เธอหลงไหล

เขาชื่นชอบกับคำตอบที่เพิ่งค้นหาได้เสียจริง

ถึงเวลาแล้วที่เขาจะหลับตาลงไปพร้อมๆกับการรอคอย

'ราโม

วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2552

คำถามในคืนหมาเห่า

หลังจากวางสาย ความว่างเปล่าก็มาเยือน

เสียงที่หายไป คล้ายบอกว่า ถึงเวลาแล้วนะ ที่จะต้องเรียนรู้กับระยะห่างของความจริง และความรู้สึกของตัวผมเอง

หลังจากทิ้งโทรศัพท์มือถือลงบนที่นอนอันอุดอู้ ผมก็ไม่รู้จะทำกิจกรรมอะไรต่อไป

ค่ำคืนนี้ช่างยาวนาน และน่ากลัวเหลือเกิน

เสียงไอ้แดง หมาประจำหอพักเห่าร้องรับใครคนหนึ่งที่เดินผ่านอาณาเขต ที่มันเป็นเจ้าของอยู่ในความมืด มันคงหวงพื้นที่ที่มันครอบครองและดูแล ผมสังเกตุว่า ไม่ว่าใครหน้าไหนที่ย่างกรายเข้ามาเหยียบย่ำ มันจะเห่าอย่างไม่คิดชีวิต จนกระทั่งอาณาเขตของมันที่โดนรุกล้ำจะปลอดภัย

ผมชักเริ่มสังสัยอะไรบางอย่างขึ้นมาในใจ พื้นที่ที่เราเป็นเจ้าของ ใช้อะไรวัดอาณาเขต ความจริงใจ ความฝัน หรือว่าความรู้สึกส่วนตัว และหากพื้นที่ของความรักล่ะ ในความเป็นเจ้าของ ตัวเราเองเป็นคนตัดสิน หรือว่าต้องถามไถ่ใครคนนั้นที่เข้าร่วมใช้พื้นที่เดียวกันกับเรา

ว่ากันว่า หากคนเรามีความรัก ใจจะกว้างขึ้นโขในหลายๆเรื่อง และแคบลงในเรื่องการรุกล้ำอาณาเขตของคำว่าความเป็นเจ้าของ

หญิงสาวที่ผมเพิ่งวางสายไปเมื่อครู่ เธอสดใส พราวเสน่ห์ นิยมห่อหุ้มร่างกายด้วยเสื้อผ้าเก๋ๆ และแน่นอนว่าคนไม่เท่อย่างผม หลงใหลเธอน่าดู เราตกลงกันว่า จะถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ กันวันละหนึ่งครั้งก่อนเข้านอนไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น เราสองเป็นแค่คนสนิทที่คุยกัน ทว่าเราต่างรู้กันอยู่ในใจว่า ใครคนหนึ่งจะต้องขีดเส้นแบ่งอนาเขตของความผูกพันครั้งนี้ เพราะพื้นที่ความรักของเธอนั้น มีชายหนุ่มคนหนึ่ง(ซึ่งไม่ใช่ผม)ครอบครองเสียแล้ว และแน่นอนว่า หน้าที่นั้น ผมมอบให้เธอเป็นคนขีดเส้น

บางทีความรู้สึกคนเรา ก็ควบคุมลำบาก และหากช่วงเวลาที่ว่า อยู่ในระยะประชิด ติดกับความอ่อนหวาน แรกเดิมที ผมตักเตื่อนใจตัวเองอยู่เสมอ ว่าเรานั้นแค่คนที่เธอแวะมาทักทาย แอบอิงกายบ้างในบางครั้ง อย่าหวังว่ามันจะเลยเถิดมากกว่านี้

แต่พอมารู้สึกตัวอีกที ผมก็หลงรักเธอเสียแล้ว

ก่อนหน้าที่เสียงโทรศัพท์มือถือของผมจะดังขึ้น เธอหายไปเป็นระยะเวลา 124 ชั่วโมงเต็มๆ เธอผิดสัญญาข้อตกลงที่เราต่างเขียนขึ้น โดยไร้ประจักษ์พยายาน ความหึงหวงเริ่มก่อตัว ความไร้เหตุผลเดินทางเข้ามาทักทาย และความถนัดในการสร้างจินตนาการ ว่าเธอไปไหนกับใคร ที่ไหน ที่ไม่ใช่ชายหนุ่มข้างกายเธอ ของผมกำลังแสดงผลอย่างชัดเจน

เสี้ยวเวลาหนึ่ง ผมเกือบคิดการกษฎ ฝ่าฝืนกฏข้อตกลง ที่จะกดเลขหมายโทรหาเธอ แต่แล้วก็พ่ายแพ้ เพราะแว่วเสียงข้อเสนอหนึ่งในคำนึงระหว่างผมกับเธอยังดังก้องในหัว

เธอจะเป็นฝ่ายโทรหาผมเอง

หลังจากแผนการก่อการร้ายเรื่องรักผมล่มลง ผมก็เริ่มรอ...

วันเวลาของการรอคอย เดินทางช้าเสมอ

หลายคืนที่ผ่านมา ก่อนนอนผมนับแกะได้ เกือบ ห้าหมื่นตัว และแกะในหัวนั้นก็ยังป็นหน้าเธออีก (เป็นแกะที่น่ารักที่สุดในโลก)

บางเวลา ความว้าเหว่ยามค่ำคืน พาผมออกไปทักทายไอ้แดง ยามดึกมันหลับไหล เพราะไม่มีใครมารุกรานอณาเขตของมัน และไกล้รุ่งมันก็เห่าหอนตลอดเวลา จนฟ้าเริ่มสาง ถึงจะหยุดลง

ผมกลับมาล้มตัวลงนอน ตอนห่มผ้า แว้ปหนึ่งผมคิดแผนการช่วงชิงตัวและใจเธอมาจากชายหนุ่มคนนั้น ทว่ามันหายไปเมื่อผมตื่นขึ้นมาในยามบ่ายของวันนี้

การรอคอยมาสิ้นสุดลงเมื่อ สิบห้านาทีที่ผ่านมา ใจที่เหนื่อยล้าจากเฝ้านับเวลานาที เมื่อได้ยินเสียงใส ความตั้งใจต่างๆที่จะคาดคั้นเอาคำตอบกับเธอ ก็ละลายหายไป

นี่ซินะเสียงที่ผมอยากได้ยิน

เธออธิบายสาเหตุของการหายตัวไปอย่างลึกลับไม่กระจ่างชัดนัด และจัดได้ว่า เวลาหลังจากนี้ความคลุมเครือเริ่มจะคืบคลานเข้ามาอีกหลายละลอก และเธอสั่งห้ามผมสืบสาวราวเรื่อง ไม่ว่ากรณีใดๆก็ตามแต่

เธอบอกว่า คิดถึงผม และก็วางสายไป ในขณะที่ไอ้แดงยังเห่าเสียงขรมอยู่ภายนอกห้อง และไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลงง่ายๆ

ข้อตกลงที่ไม่ได้บันทึกไว้ในอดีตเลือนหายไปแล้ว กลายเป็นความจริงในอากาศ ผมกำลังคิดอย่างนั้น และภาวนาว่าอย่าให้เป็นจริง

หลังจากวางสาย ความว่างเปล่าก็มาเยือน เสียงที่หายไป คล้ายบอกว่า ถึงเวลาแล้วนะ ที่จะต้องเรียนรู้กับระยะห่างของความจริง และความรู้สึกของตัวผมเอง

ค่ำคืนนี้ช่างยาวนาน และน่ากลัวเหลือเกิน

แล้วผมก็เริ่มรอต่อไป....

ฝากช่วงเวลาใหม่ของช่องด้วยครับ "ทดลองออกอากาศ" https://www.youtube.com/watch?v=UZbbyVur1bk https://www.youtube.com/watch?v=-...