วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

วันวาเลนไทน์

10.00 น เช้าวันวาเลนไทน์
ผมกำลังอยู่บนถนนสายหลักแห่งหนึ่งในเมืองขอนแก่น ความตั้งใจตั้งแต่แรกเริ่มสำหรับแผนการณ์ถ่ายทำ สารคดีชิ้นใหม่ มันเริ่มก่อร่างสร้างตัวในหัวผมตั้งแต่หลายอาทิตย์ก่อน ที่ตั้งหวังว่า น่าจะได้ข้อมูลอะไรที่น่าสนใจสำหรับการติดตามบรรยากาศเทศกาลแห่งความรักในวันนี้ผมคิดว่าบางครั้งหากคนในสังคมให้ความสำคัญกับวันนี้เพื่อแสดงออกถึงความรัก บรรยากาศจริงๆน่าจะมีสีสันพอที่จะให้ผมเก็บภาพแห่งความทรงจำดีๆนี้ไว้

ทว่าในเวลานี้ ผมเริ่มไม่แน่ใจกับจินตนาการดั้งเดิมแล้ว ว่ามันจะเป็นจริงดั่งที่ผมคาดคะแนหรือไม่ เพราะมันไม่ต่างอะไรจากวันอื่นๆเลย

เอาน่า! อย่างน้อยมันน่าจะมีอะไรสักอย่างให้เก็บภาพไว้วันวาเลนไทน์เพิ่งเริ่มต้น ผมปลอบใจตัวเอง

ผมเปิดประตูรถออกมา หลังจากที่หาจังหวะเลี้ยวเข้าจอดรถอยู่นานพอควร ลมร้อนและไอแดดทักทายผิวเนื้อผมได้อย่างร้อนแรง เมื่อครู่สายตาผมเหลือบมองเห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังนั่งคุยกันในร้านอาหารริมทาง ท่าทางน้องทั้งสอง น่าจะร่วมมือให้ข้อมูลสำหรับสารคดี เกี่ยวกับความรักชิ้นใหม่ของผมได้

ผมเปิดประตูหลังรถ หยิบกล้องวิดีโอมาเช็คความพร้อม ม้วนเทปถูกบรรจุไว้พร้อมตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

จู่ๆผมก็เกิดความไม่มั่นใจขึ้นมาโดยพลัน อาการประหม่า และลังเล เข้ามาอยู่ในใจหนุ่มสาวคู่นั้นอาจจะต้องการความเป็นส่วนตัวสำหรับวันนี้ ความรักและความเข้าใจอาจจะแยกเขาทั้งออกจากออกจากทุกสิ่งรอบตัว แล้วผมเป็นใคร จะเข้าไปวุ่นวายกับเขาทำไม

ผมครุ่นคิด และเผลอมองขึ้นไปบนฟ้า พลันเห็นหน้าใครคนหนึ่งแว้ปขึ้นมาบนนั้น ป่านนี้เธอคงจะเตรียมตัวออกไปเที่ยวนอกบ้านซินะ

“อ้าวมาจอดรถ ทำอะไรที่นี่อ่ะพี่ ”เจ้าของเสียง เรียกผมออกมาจากความหลังเมื่อครู่

ผมยิ้มให้กับรุ่นน้องคนหนึ่ง บังเอิญจริงๆ ที่เจอ น้องคนนี้ เธอเคยช่วยผมทำงานหนังสือ อยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ดีเลย ครานี้เธอคงจะเป็นตัวช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีสำหรับการขอเข้าสำภาษณ์ความคิดเห็นเกี่ยวกับความรัก ของชายหญิงคู่ที่ผมหมายปอง

เพราะผู้หญิงเชื่อมอะไรๆหลายอย่างบนโลกนี้ให้เข้ากันได้ดีเสมอ
เธอตอบตกลงแนน

อายุ 19 ปี ปีหนึ่ง มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง

“วันนี้วันก็เหมือนทุกๆวันอ่ะพี่ แต่ดีหน่อยที่เราจะได้ของขวัญ แต่ที่พูดนี่ไม่แน่ใจนะคะ ว่าจะได้มั้ย แต่ถ้าไม่ได้มีเฮชัวร์ ก็คนนั้นอ่ะ (เธอโบ้ยหน้าไปทางชายหนุ่ม)นั่งเล่นเกมตลอดคืนเลย นี่หนูเพิ่งไปแคะเข้าออกมาจากที่นอน นะเนี่ย”

แนนพูดจาได้น่ารัก เปิดเผยตามวัย และยิ้มสดใส ผมขอให้เธอแยกออกมาถ่ายทำ โดยที่ไม่ให้ชายหนุ่มข้างกายเธอรับรู้เผื่อว่าจะได้ความจริงบางอย่าง (เอ๊ะ ผมทำสารคดีหรือกำลังสร้างความร้าวฉานคู่รักกันนะ) ชายหนุ่ม ของเธอหัวเราะ ก่อนบอกผมว่า “ฝากถามด้วยนะพี่ ว่า กิ๊ก ชื่ออะไร”

ผมได้ข้อมูลทัศนะคติเกี่ยวกับความรักของแนน มาเยอะพอสมควร บางช่วงเธอขอให้งดบันทึกเทป ด้วยเกรงว่าจะไม่มีความลับหลงเหลือ ผมรับปากว่าจะรักษาสัญญา เสมอ เธอทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า

“ความรักก็เหมือนความลับอ่ะพี่ เมื่อเปิดเผยแล้ว มันก็หมดความสนุก”

ปาน 23 ปี วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอกชน ในขอนแก่น

“จริงๆผมรักเค้านะพี่ ไม่รู้ซิ ความรักแต่ละคนมันแตกต่างกัน แต่บางทีผู้หญิงชอบให้แสดงออก ผมมันคนเฉยๆไงครับ เค้าเลยงอน และชอบถามว่า รักเค้าหรือป่าว เค้าไม่รู้หรอก หรือรู้มั้งเลยชอบให้ทำ

” รู้เรื่องอะไรหรอ" ผมถาม
“เค้ารู้ ว่าผมชอบเค้าตอนงอน และถามเราว่า รักเค้าหรือป่าว แต่ผมไม่ตอบเค้าสักที ” ปานยิ้ม และขอร้องว่า ถามแค่นี้พอแล้ว “มันเขินนะพี่” ปานบอกผมทิ้งท้าย ก่อนที่ผมและน้องผู้ช่วยถ่ายทำ ชั่วคราว ล่ำลาและส่งคำขอบคุณออกมา

น้องผู้ช่วยถ่ายทำจำเป็นของผม ขอตัวลากลับหอพัก เพราะวันนี้เธอก็มีเดทเหมือนกัน ผมส่งคำขอบคุณ และบอกว่า เธอเป็นคนเรียกความมั่นใจในวันนี้ ให้ผมกลับมาทำงานสารคดีได้

“แล้วพี่ล่ะ มัวมาถามคนอื่น ไม่ถามตัวเองมั้งอ่ะ” ผมยิ้มแทนคำตอบส่งไปให้เธอ

11.00 น.โดยประมาณ
ผมนั่งพักจิบกาแฟในร้านประจำ สายตาพลางสอดส่ายหา เป้าหมาย ที่อาจจะเข้ามาที่ร้านแห่งนี้ วันนี้เสียงเพลงในร้านอบอวลไปด้วยความหมายแห่งรัก พนักงานทำหน้าที่ได้ดีเข้ากับบรรยากาศเสียจริง

11.30 น. กาแฟผมพร่องจากปากแก้วไปเยอะพอควร อากาศเริ่มอบอ้าว ช่วงเวลาที่ผ่านมา มีหนุ่มสาวเข้ามาในร้านประปราย ผมหาจังหวะที่จะเข้าไปสำภาษณ์เขาเหล่านั้นไม่ได้เลย ทำได้แค่ถ่ายบรรยากาศต่างๆที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตเข้ามาในเฟรม ผมกำลังจะหมดความตั้งใจในการรอ เขาก็เดินเข้ามาในร้าน ผมยิ้มให้กับตัวเอง ชายสูงวัยคนนี้น่าจะช่วยผมได้

ลุงประเสริฐ อายุ 55 ปี อาชีพ รับราชการ

“ผมเห็นลุงมาดื่มกาแฟที่นี่คนเดียวทุกวันเลย วันนี้วันวาเลนไทน์ ไม่พาใครมาด้วยหรอครับ ”ผมกล่าวคำทักทาย ซึ่งน่าจะเข้าข่ายความคุ้นเคยได้ เพราะผมกับลุงคนนี้ เจอกันที่นี่ บ่อยๆ “พ่อหนุ่มก็มาคนเดียว วันนี้ก็ยังมาคนเดียวเหมือนกัน จะมาถามทำไม” ผมยิ้มตอบลุงอย่างคนเข้าอกเข้าใจกันและเริ่มบอกแผนการณ์ในใจ ลุงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

“บางทีเราก็เหงานะ ดีที่มีหลาน รักมันเหมือนลูก เห็นมันงอแงเมื่อไหร่ รู้สึกว่า เออ อย่างน้อยเราก็ไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก ” ลุงวางแก้กาแฟลง แล้วหยิบน้ำชาแก้วเล็กขึ้นจิบต่ออย่างรู้จังหวะ “ก่อนจะหย่า แทบฆ่ากัน เขาเอาไปหมดเลยนะ เหลือรถมอเตอร์ไซท์ให้ลุงคันเดียว เรามันคนง่ายๆ เลยยอมไป ทั้งๆที่หามาแทบตาย เขาว่า เขาเป็นผู้หญิง เลิกร้างแล้วเป็นม่าย เสียหายมากกว่าเรา ”

ผมมองภาพในวิวไฟล์เดอร์กล้องอย่างจดจ่อ ไม่กล้าเงยหน้ามองลุง ได้แต่ฟังเสียงในใจ ที่หลายประโยคนั้น ผมคาดไม่ถึงว่าจะออกมาจากปากชายสูงวัยผู้นี้

“เขาไม่เข้าใจเรา เราก็ไม่เข้าใจเขา ก็เท่านั้น ”

12.30 น. เสร็จสิ้นการถ่ายทำ กล้องถูกเก็บเข้ากระเป๋า ผมอาสาเลี้ยงกาแฟแก้วนั้นของลุง ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกัน เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้ผมรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่สื่อสารระหว่างลุงกับงานสารคดีของผม มันจุดประกายให้งานสารคดีที่จะทำเปลี่ยนทิศทาง หลังจากนี้ผมจะเก็บกล้องลงในกระเป๋า และจะไม่หยิบมันขึ้นมาใช้อีกเลยในวันนี้ ระหว่างการสำภาษณ์ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ลุงกำลังจะแสดงความรู้สึกออกมา แต่กล้องวิดีโอคือสิ่งแปลกปลอมที่ขวางกั้นระหว่างลุงกับผม แกคงกังวลกับกล้อง แม้กล้องมันจะทำหน้าที่บันทึกภาพเสมือนจริงได้ดี แต่บางครั้งความจริงที่เจ้าของปลดปล่อยออกมา อาจจะไม่ต้องการการเปิดเผยมากนัก ผมหยิบเครื่องเล่นเอ็มพีสาม ขนาดเล็ก ที่หยิบติดมือมา เผื่อว่าจะได้ใช้มันบ้างในบางโอกาส ขึ้นมาทดสอบเช็คสภาพการทำงาน หลังจากนี้ ผมต้องการแต่เสียงของความรู้สึกต่างๆ เกี่ยวกับความรักเท่านั้น งานสารคดีที่จริง อาจไม่จำเป็นต้องก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้ความจริงแก่เรา

13.00 น. ในห้างสรรพสินค้า แฟรี่พลาซ่า

หลังจากที่ผมวนรถอยู่นาน สองนาน กว่าจะได้ที่จอด แล้วพาตัวเองมาอยู่ ในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดชื่อดัง ภายในร้านคราคร่ำไปด้วยวัยรุ่นชายหญิง รู้สึกได้ทันทีว่าตัวเองเป็นบุคคลแปลกปลอมสำหรับสถานที่แห่งนี้ ผมกำลังรอ หญิงสาวคนหนึ่ง หลังจากการโทรศัพท์นัดหมาย ให้ช่วยแวะมาสำภาษณ์หน่อย เธอตอบตกลงอย่างง่ายดาย เรารู้จักกันมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่ผมยังใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธุรกิจบันเทิงเมื่อสองปีก่อน

ผมอนุญาติให้เธอพาแฟนสาวมาด้วยจะได้ถามไถ่เรื่องราวไปพร้อมกันเลย

เธอหัวเราะอย่างเขินๆ “ อย่าเลยพี่ เดี๋ยวเค้าเจอพี่จะเปลี่ยนใจ”เธอคนนี้ มีแฟนเป็นผู้หญิง

ตาล อายุ 22 ปี กำลังศึกษามหาวิทยาลัยเอกชน พร้อมๆกับการทำธุรกิจอะไหล่รถ

“ก็คิดว่าเราได้เปรียบคือ แบบว่า เราเข้าใจหัวอกผู้หญิงได้ดี ว่าเค้าต้องการอะไร ” เธอตอบคำถามแรกเมื่อจิบกาแฟร้อน ได้สักพักหนึ่ง ส่วน ผมกำลังมีปัญหากับเครื่องบันทึกเสียง เพราะไม่แน่ใจว่ามันกำลังทำงานอยู่หรือป่าว เธอจึงเสนอว่าให้จดใส่กระดาษไปด้วย กันพลาด ซึ่งเป็นคำแนะนำที่ดี

“บางครั้งเราก็ไม่คิดมากอะไรนะ รู้สึกว่าชอบยังไงก็แสดงออกอย่างนั้น พยายามเอาความจริงใจเข้าแลก แต่ของอย่างนี้มันรู้สึกได้นะ ว่าความรักมันไม่มีคำ ฮืม..ม.ม มัน ยังไงอ่ะ แบบว่า พูดไม่ถูกว่ะ ”

“นิยาม” ผมช่วยเธอเลือกหาคำแทนความ

“เออ! ประมาณนั้นแหละ ....ไม่รู้ซิ มันสัมผัสได้นะ เรารู้ว่า คนประเภทอย่างเรา มันแบบว่า แสดงออกแรง หึงแรง หวงแรง แต่ก็ เค้าอาจจะชอบก็ได้นะแต่ อย่าเอาคำตอบของเราคนเดียวไปตัดสินคนทั้งหมด หลายอย่างมันมีที่มาต่างกันอ่ะ”

ผมยิ้ม แสดงความหมายว่า เข้าใจในสิ่งที่เธอพูด แล้วเราก็ เส ออกนอกเรื่องงานไปคุยกันเรื่องอื่น ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบตามประสาคนไม่ได้เจอกันนาน เรื่องการบ้านการเมือง จนมาถึงคำถามสุดท้ายที่ผมยังลังเล ว่าจะถามดีหรือป่าว และด้วยเพราะเราสนิทกันอยุ่ในระดับหนึ่ง ผมจึงกล้าส่งคำถามนี้ออกไป

“ถามจริงๆนะ ถ้าวันหนึ่งน้องเขาเกิดไปคบกับผู้ชายล่ะ” เธอยักคิ้วทำท่านักเลง “อ้าวพี่ เคยตกโต๊ะ วันวาเลนไทน์หรือป่าว”

ผมหัวเราะ รู้ทันทีว่าเธอพูดเล่น “ความรักมันก็ไม่แน่ไม่นอนนะพี่ ถึงเวลามันไม่ใช่ เค้าก็ไป แต่ตอนนี้เรารักเค้า เราหวงเค้า เราก็แค่อยากให้เค้าอยู่กับเรานานๆ วันหน้าไม่รู้หรอก ที่สำคัญ อย่าหลอกตัวเองก็เท่านั้น ” ผมจบการสำภาษณ์เธอหลังสิ้นสุดคำถามสุดท้ายนี้ แล้วล่ำลากันด้วยประโยคเดิมๆเหมือนทุกครั้งที่เจอกัน แต่ก็ไม่เคยจะเป็นเหมือนคำลานี้เลย

“ไปล่ะ เจอกันที่ยูบาร์นะพี่”

15.00 น. ผมขับรถออกมาจากแฟรี่พลาซ่า มาหยุดที่กลางสี่แยกแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ชลอรถเตรียมจอดข้างทาง ผมคิดแผนการสำภาษณ์นี้ไว้ตั้งแต่สตารท์รถแล้ว ว่าอยากจะไปถาม คนขายพวงมาลัยริมทาง และแม่ค้าขายกาแฟริมถนนดูบ้าง อาจจะได้คำตอบที่แต่กต่าง และช่วยให้งานสารคดีของผม มีมิติที่หลากหลายขึ้น ผมเช็คเครื่องอัดเสียง ให้อยู่ในความพร้อม และเดินหน้าไปหาป้าคนหนึ่ง

ป้าจิต อาชีพ ขายพวงมาลัย สี่แยกประตูเมือง

“โอ้ย.ย.ย.ย มาถามเอาอะไรกับป้าล่ะลูก วาเลนไทน์บ่ ” ผมยิ้มและอธิบายคำถามให้ป้าเข้าใจ

“ไม่รู้ เห็นแต่ลูกเค้าขอเงินไปซื้อ ดอกกุหลาบ ป้าก็บอกว่า เอาพวงมาลัยของแม่ บ่ได้บ่ ” ป้าแกหัวเราะอย่างมีความสุข และบอกผมว่า นั่นคือการแซวลูกสาวของป้า แกเอง

“ก็วันนี้วัยรุ่นเขาชอบกันเนาะ เราคนแก่แล้วก็ไม่รู้หรอกว่า มันเป็นแบบไหน รู้แต่ว่าดอกกุหลาบจะขายดี ก็เคยคิดจะขายนะ แต่แบบว่าเราก็ไม่รู้ที่รับที่ส่งขาย ก็เลยขายแต่ดอกมะลินี่แหละ ” ผมยิ้มและขอบคุณป้าด้วยการอุดหนุนพวกมาลัยดอกมะลิ ในใจรู้สึกว่านี่เป็นคำตอบที่ผมไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมาอยู่ในสารคดีวันแห่งความรักของผมได้ เลย

15.30 น แผนการในหัวผมที่วางไว้ หมดลงแล้ว ยังไม่รู้จะไปไหนต่อ แต่เวลายังเหลือ อีกสองชั่วโมงก่อนที่ผมจะไปปักหลักที่ไหนสักแห่ง เพื่อถ่ายแสงอาทิตย์สุดท้ายจะลับฟ้าในวันวาเลนไทน์ ผมตัดสินใจขับรถมาจอดณ ปั๊มแห่งหนึ่งริมถนน พลันภาพในอดีตก็วิ่งเข้ามาให้นึกถึง

เธอเคยแวะกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มตรงนี้ และหันมายิ้มให้ผมอย่างสดใส ก่อนที่จะเข้าไปเลือกขนมข้างในซุปเปอร์มาเกท์ แต่ในวันนี้ผมกำลังมองตู้เอทีเอ็มตู้เดิมด้วยความว่างเปล่า แต่ยิ้มนั้นยังไม่จางหายไปไหน เมื่อหลุดออกจากความหลังเมื่อครู่ ผมก็รู้ตัวว่ากำลังหิว ตั้งแต่เช้าเห็นจะมีก็แต่กาแฟเท่านั้น ที่ตกลงกระเพาะ ผมซื้อข้าวไข่เจียวจากมินิมารท์ของปั๊มและกาแฟมานั่งพักผ่อน พลางเช็คของการถ่ายทำไปด้วย ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เทปวันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี จากนั้นผมจึงหยิบเทปเก่าที่ติดกระเป๋ากล้องมา มีบทสำภาษณ์หนึ่งที่ผมถ่ายไว้นานแล้ว ตั้งแต่ยังไม่ถึงวันวาเลนไทน์ แต่มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้อยากฟังจนจบ

ฟ้า อาชีพ AE บริษัทโฆษณา (ถ่ายทำเมื่อปี 2551)

หนูไม่ได้ชอบคนเจ้าชู้นะ แต่มารู้ทีหลังเมื่อรักเค้าไปแล้ว จะให้ทำอย่างไรได้ หลายคนบอกว่า ผู้ชายมีเสน่ห์ที่ตรงความเจ้าชู้ บางทีก็ใช่สำหรับเค้า แต่ไม่ใช่สำหรับหนู ”ผมกดเทปให้เดินหน้าไปพบกับน้องอีกคนหนึ่งที่เคยตอบคำถามผมไว้อย่างน่าสนใจ

เอ๋ อายุ 27 ทำงานด้านอุปกรณ์ประกอบฉาก ภาพยนตร์ไทย

“เค้าไม่รอเราเลยพี่ พี่ก็เห็น ว่างานแบบนี้มันไม่แน่นอน อย่างเราจะไปทำอะไรได้อ่ะ นอกจากงานแบบนี้ ให้ผมไปทำงานนั่งโต๊ะ อ๊อฟฟิต มันก็ไม่ใช่ ถึงวันนี้เค้าไม่ผิดหรอกที่จะถามหาความมั่นคง เค้าบอกว่าที่บ้านเค้าถามว่าจะไปถึงไหนกัน จะคบกันยืดยาวไหม เราก็ตอบเค้าไม่ได้หรอก ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยคิดจะทำให้ตัวเองดีขึ้นนะ แต่โอกาสเราไม่มีมากไปกว่านี้ น้องเค้ารอเราไม่ไหวมั้งพี่” เอ๋ยิ้มอย่างเศร้าๆให้เกล้องวันนั้น เทปเดินไปได้สักพักก็หยุดลง

18.00 น. ผมกำลังอยู่บนสะพานลอยแห่งหนึ่งในเมืองขอนแก่น กล้องถูกยึดไว้บนขาตั้งเรียบร้อย รอคอยเวลาแสงสุดท้ายของวันนี้ ผมกดปุ่มบันทึกภาพเป็นระยะๆ พลางคิดไปถึงการตัดต่อสารคดีเรื่องนี้ว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไรนะ

หลายคำพูดเกี่ยวกับความรักยังแว่วอยู่ในหูผม ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใครบางคนว่าไว้ ความรักต้องการที่อยู่ ความรักที่งดงามไม่ต้องการอนาเขตกว้างสักเท่าไหร่ มีแค่พื้นที่ระหว่างกันและกันก็พอเพียงแล้ว คงเป็นเสี้ยวหนึ่งของคำตอบแห่งรักที่หลากหลายนี้

แม่เคยเล่าให้ผมฟังว่า แม่ตัดสินใจแต่งงานกับพ่อตอนที่ยังไม่ได้รัก สาเหตุเพราะผู้ใหญ่เห็นดีด้วย ในวันนี้ทั้งพ่อและแม่ผม อายุ 68 ปีแล้ว ยังทะเลาะกัน และซึมทุกครั้งเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปเที่ยวต่างจังหวัดเพียงลำพังนานเกิน สองวัน

เพื่อนสนิทผม ตัดสินใจแต่งงาน ด้วยเพราะคบกับแฟนสาวมาแล้วกว่า สิบปี ผ่านไป สองปี ตอนนี้ทั้งคู่กำลังจะหย่าร้าง

น้องผู้หญิงคนหนึ่งจะโทรหาผมทุกครั้งเมื่อสงสัยว่า ผู้ชายคิดอะไรอยู่ตอนกินเหล้า ดูบอลกับเพื่อน แล้วปล่อยให้แฟนสาวรออยู่ที่บ้าน ในขณะที่ เพื่อนสนิทผมอีกคนจะทำการเดากับผมเสมอ ว่าสิ้นเดือนนี้แฟนเขาจะอยากได้อะไรใหม่ไหม เขาก็ซื้อให้ทุกครั้ง และมีบ้างบางครั้งที่เธอซื้อเอง และหยิบของขวัญชิ้นอื่นมาฝากเพื่อนผมแทน ความรักของทั้งคู่กำลังชื่นมื่น ล่าสุดมันโทรมาบอกผมว่า กำลังหารกันผ่อนรถกับแฟน

ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ผมหยุดคิดเรื่องราวความรักของคนอื่น และหันมาสนใจกับงานตัวเองตรงหน้า ท้องฟ้าวันนี้สวย และผมคิดว่า มันคงจะสวยทุกวัน ฟ้าก็คือฟ้า มักโดนหยิบเอาไปเปรียบค่า แทนสิ่งอื่น ไม่เว้นแม้แต่ความรัก

ฟ้าจะสวย รักจะงามหรือไม่ ผมคงไม่มีคำตอบที่แน่นอนในวันนี้ รู้แต่เพียงว่า รักนั้นมีพลังให้เราเดินไปข้างหน้าอย่างเหลือล้น

ในนามปากกา "วิดีโอแมน" ตีพิมพ์ลงนิตยสารท้องถิ่นขอนแก่น ชื่อ "บู๊ย.ย.ย.ย

ฝากช่วงเวลาใหม่ของช่องด้วยครับ "ทดลองออกอากาศ" https://www.youtube.com/watch?v=UZbbyVur1bk https://www.youtube.com/watch?v=-...