วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ชายขี้กลัว กับ ครัวห้องหนึ่ง

เสียงสับหมูดังก้องกังวานในใจเขามานานหลายนาทีแล้ว ภาพกลุ่มเนื้อที่โดนคมมีดกระทบครั้งแล้วครั้งเล่านั้น ส่งพลังบางอย่างให้ครุ่นคิดถึงอดีตที่นานนม ย้อนถอยหลังกลับไปสู่บ้านไม้ชายทุ่งมุมหนึ่งของอำเภออันห่างไกล ทว่าใกล้ธรรมชาติอันเป็นที่รักของเขาตั้งแต่วัยเยาว์
ใครคนหนึ่งในโฆษณานั้น ทำท่าทีประหลาดใจ เมื่อได้ยินเสียง ปั่กๆๆๆ ปั่กๆๆๆๆ ไม่นาน กล้องแพนภาพไปเจอหนุ่มสาวหน้าตาดีในยุคนั้นอีกกลุ่ม ก็มีท่าทีตื่นเต้นไม่แพ้กัน

เสียงอะไร? เสียง..งงง... สับหมู หอมอะไร? ....หอมหมูสับ..บบ..บ ปั่กๆๆๆๆๆๆ

“แม่! อยากกินมาม่าหมูสับ แบบในโทรทัศน์ “ เขาหันหน้าออกจากจอภาพ แล้วส่งความต้องการมาสู่นาง ที่ง่วนอยู่กับงานหลังจักรเย็บผ้า ในตอนนั้นเขาเองยังไม่รู้หรอก ว่าเรื่องราวหนักหนาและรายละเอียดของชีวิตที่ขาดหัวหน้าครอบครัว สร้างความกังวลแก่นางผู้เป็นแม่เพียงใด

“น้ำร้อนอยู่ในกา มาม่าเหน็บอยู่ข้างฝาบ้าน แต่เป็นตราช้างน้อยนะ กินได้เปล่า”

เขาทำหน้าบูดบึ้ง คำนึงถึงแต่ชิ้นหมูที่ราดหน้าบนเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้อย่างน่าลิ้มลอง ด้วยความไม่เข้าใจในวัยเด็ก จึงเก็บมาวาดฝัน ว่าวันหนึ่งเขาต้องได้ลิ้มรสมาม่าหมูสับราดเนื้อหมูจริงๆ แบบในโทรทัศน์ให้ได้

หลังจากนั้น เขาก็ปล่อยเหตุการณ์นี้ผ่านไปกับกาลเวลา จำไม่ได้แล้วว่ากินมาม่าช้างน้อย ลวกน้ำร้อนไปกี่ซอง 22ปีต่อมาเขาถึงรู้ว่า ในวันนั้นแม่ไม่มีเงิน แม้แต่จะซื้อหมูสักกิโลให้เขากินกับมาม่า

ในวันนี้... วันที่แม่แก่ตัวลง และยังคงอยู่ที่บ้านชายทุ่งที่เริ่มรุ่งเรืองมากขึ้นแล้ว ดีที่พี่สาวเป็นครูอยู่บ้านเกิด ดูแลแม่อย่างไม่ห่าง เขาจึงวางใจเดินทางเข้าสู่เมืองกรุง มุ่งหาความฝันที่วาดไว้ (เขาได้กินมาม่าหมูสับแบบถ้วย มีหมูสับสำเร็จพร้อมซดเป็นประจำ) เขาเรียนจบมหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่ความฝันที่รุนแรง แฝงไว้ตั้งแต่ดูโฆษณามาม่าชิ้นนั้น คืองานทางด้านโฆษณา

เขาไม่กล้าบอกใคร แม้แต่ใจตัวเองก็ยังหวั่นๆ ว่าฝันนั้นคือการนั่งแท่นเก้าอี้ผู้กำกับ

ในความเงียบงัน ความฝันนั้นวิ่งวนอยู่ในตัว สร้างพลังอันหมกมุ่นในหัว พาตัวและใจที่กล้าๆ กลัวๆ ไปมั่วสุมกับงานเบื้องหลังโฆษณา วันเวลาเดินทางผ่าน ความฝันกับความจริงเป็นสิ่งที่ไม่เกื้อหนุนกันสำหรับเขา ความรู้ ความตั้งใจ ทั้งพรสวรรค์ และพรแสวง ไม่พุ่งแรงเท่าคนอื่น เขาเป็นได้เพียง “ไอ้เบ้” ที่วิ่งหาอุปกรณ์มาประกอบฉาก วันแล้ววันเล่า

เพื่อนคนหนึ่งแนะนำให้เขามีฝันสำรอง เพื่อประคับประคองให้ชีวิตมีจุดมุ่งหมาย เขาเห็นด้วย และสิ่งที่ช่วยให้เขาคลายเครียดและเหงามาตลอด คือ ภาพยนตร์ เขาเริ่มหมกมุ่นกับการดูหนังเรื่องแล้วเรื่องเล่ามากขึ้น และความฝันสำรองก็มาครอบครองใจเขา

เขาอยากทำหนัง

มันช่างห่างไกลจากความจริง แต่สิ่งหนึ่งที่ง่ายกว่างานโฆษณา คือเขาสามารถทำมันได้เลย โดยไม่ต้องรีรอ หนังสั้นของเขาหลายเรื่องเพื่อนๆ บอกว่าห่วยแตก แม้มันกระแทกใจเขาให้ช้ำบ้าง แต่บางคืนเขาก็คว้างมันทิ้งไปจากชีวิตแล้ว

ความฝัน ผลิดอกออกผล เป็นกุศลให้ชีวิตมีพลังดำเนินไปนั้นใช่ แต่ความจริง คนที่เป็นเจ้าของฝันนั้น ต้องกินข้าว ต้องใช้จ่าย ต้องทำอะไรอีกมากมาย เพื่อมีปัจจัยใจการใช้ชีวิต

เขาเองก็เข้าใจ และเนื้อเพลงหนึ่งที่ชอบฟังก็ตอบเรื่องราวที่ว่าได้ดี “อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด”หลังจากนอนฟังเพลงนี้จบหลายรอบ พร้อมกับท้องที่เริ่มหิว เขาจึงตัดสินใจเดินไปสมัครเป็นผู้ช่วยกุ๊กที่ร้านอาหารย่าน รามอินทรา เหตุผลหนึ่งนั้นเพราะว่าอายุที่เขาใช้มามีค่าเท่ากับ 30 ปีแล้ว วงการหนังต้องการพลังคนหนุ่ม วัยที่เขาครอบครองอยู่ไม่เหมาะกับการเริ่มต้นในวงการนี้ เขาพร้อมรับความจริงเสมอ จึงหาลู่ทางใหม่ให้ได้งานง่ายขึ้น

ปั่กๆๆ ปั่กๆๆๆ

ผมคิดว่า เสียงสับหมูคงดังก้องกังวานในใจเขามานานหลายนาทีแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องกระตุ้นเตือนให้เขากลับมามีสติกับโลกแห่งความจริงอีกครั้ง พี่ต้อมผู้ช่วยกุ๊ก 1 กำลังสับหมูอย่างเอาจริงเอาจัง ไม่นานพี่แกคงเรียกหาหอมหัวใหญ่ที่เขา(ผู้ช่วยกุ๊ก2)กำลังหั่นอยู่หน้าเขียง ผมตบไหล่เขาเบาๆหนึ่งครั้ง เขาหันมายิ้มให้เหมือนเคย แววตาส่งสัญญานขอบคุณผมอยู่ในที ผมยิ้มพร้อมยื่นใบสั่งอาหารให้เขา แล้วเดินออกมาทำหน้าที่เสริฟอาหารของผมต่อไป

เขาชวนผมมาทำงานที่นี่ได้สองเดือนแล้ว เราเจอกันที่ร้านลาบแห่งหนึ่งในปั๊มน้ำมันที่คนอีสานชอบมาแวะพักรถ ผมกำลังถังแตกจากการรวบรวมเงินก้อนสุดท้ายพิมพ์หนังสือรวมเรื่องสั้น””ที่นี่มีห้องว่างแบ่งให้เหงา” พิมพ์เอง ขายเอง ตามความฝันที่ผมมี สามเดือนผ่านไป สายส่งหนังสือบอกว่า ขายได้ 13 เล่ม ผมไร้เรี่ยวแรงเมื่อได้รับข่าวนั้น และคิดกลับไปหลบเลียแผลที่บ้าน

ในตอนที่เจอเขา ผมเหลือเงินในกระเป๋าเพียง 50 บาท หลังจากกินลาบจานโตกับข้าวเหนียวหนึ่งกระติบใหญ่ๆ กำลังมีแผนการโบกรถกลับบ้านที่โคราช หลังจากนั้น เราสองต่างเล่าเรื่องราวในชีวิตแลกเปลี่ยนกันและกัน แน่นอนว่า... ในนั้นมีความฝันที่สวยงามรวมอยู่ด้วย (เขาเล่าเรื่องความอยากกินมาม่าหมูสับในวัยเด็กให้ผมฟัง) ผมตัดสินใจตามเขามาทำงาน เพราะเหตุผลหนึ่งที่เราสองมีคล้ายกัน

ผมกับเขา กลัวว่า...จะอยู่ในชีวิตจริงไม่ได้ หากยังหวงแหนความฝันที่มีอยู่

เจ้าของร้านอาหารจัดให้เราพักห้องเดียวกันในที่พักพนักงาน ผมจึงมีโอกาสสังเกตว่า เขาชอบเหม่อลอยบ่อยๆ และเพิ่งมาเข้าใจทีหลังว่า เขาจะเป็นแบบนี้เสมอเมื่ออยู่ในช่วงคิดวางแผนทำงานที่เขาใฝ่ฝัน

พรุ่งนี้เราสองคนลาหยุดพักผ่อนพร้อมกัน

ผมจะไปช่วยเขาถ่ายสารคดี ที่อำเภอหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น และถือโอกาสไปเยี่ยมแม่ที่เขามักเล่าถึงให้ฟังบ่อยๆ เมื่อคืนเราสองคนนั่งคุยกันถึงเช้า เพราะสารคดีคืองานใหม่ที่เขาเพิ่งจะหันมาสนใจ เขาบอกผมว่า กลัวแผนที่วางไว้จะพลาด ถ่ายทำสารคดีเสร็จไม่ทันตามกำหนดวันลาพักของเรา ผมเองก็กลัวเช่นนั้น จึงตัดสินใจไปช่วยเขาถ่ายสารคดี
ไปให้รู้ว่าสิ่งที่กลัวอยู่ เรากลัวมันจริงหรือเปล่า

และผมเองก็คิดว่า เขาคงคิดเหมือนกันกับผม

1 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ชอบเรื่องนี้ครับ

ฝากช่วงเวลาใหม่ของช่องด้วยครับ "ทดลองออกอากาศ" https://www.youtube.com/watch?v=UZbbyVur1bk https://www.youtube.com/watch?v=-...