วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

3 เดือนที่ไม่เจอ คิดถึงเอ็งว่ะ ไอ้แดง




5ปีก่อน ไอ้แดง เข้ามาจับจองหอพักของผมพร้อมกับเพื่อนตัวหนึ่ง ชื่อ ไอ้ขาว ไม่นานไอ้ขาวก็โดน ล็อทไวเลอร์ของคนแถวนั้น ซ้อมปาก บุกมากัดจนวิ่งหายไป(ผมมาเดาทีหลังว่ามันคงหลบไปตายที่อื่น) ตอนนั้นผมเห็นเจ้าของไอ้ล็อทไวเลอร์ยืนยิ้มภูมิใจกับสายเลือดนักล่าของหมามันอย่างมีความสุข(แม่งหน้าเหี้ยทั้งคนทั้งหมา)ทว่าผมยังไม่สนใจกับเหตุการณ์นี้เท่าไหร่นัก เพราะคิดว่าใครสักคนคงอาจเป็นเจ้าของไอ้ขาวและไอ้แดง เขาคนนั้นคงไปสืบสาวราวเรื่องเอาความกับเจ้าของล็อทไวเลอร์เอง แต่แล้วก็ไม่มีใครแสดงตัว ผมจึงแน่ใจแล้วล่ะว่า..หอพักผมคือบ้านของพวกมัน และไอ้ขาวคงตายฟรีแน่ๆ



เมื่อเหลือไอ้แดงตัวเดียว มันจึงเริ่มส่งสายตาท่าทางอ้อนวอนหาเพื่อนกับสมาชิกในหอพัก โดยการวิ่งไปเห่าต้อนรับเมื่อเห็นคนเข้ามาที่หอพัก และใช้ชีวิตตามประสาหมาไม่มีเจ้าของไปวันๆ กระทั่งวันหนึ่งผมกับสมาชิกในหอพักได้เจอกันพร้อมหน้าพร้อมตา จึงถามไถ่ให้แน่ใจว่า ใครเป็นเจ้าของไอ้แดงกันแน่ สรุปว่า ทุกคนถามคำถามเดียวกันว่า “หมาใครว่ะ” รวมถึงเจ้าของหอ....



ไอ้แดงหากินเอง คุ้ยขยะมาแทะกินจนสมาชิกในหอเริ่มเอือมระอา ความสงสารจึงทำให้ผมหาข้าวมาให้มัน แบบไม่สม่ำเสมอ ผมใช้เวลา ถึง 1 ปีกว่าจะจับเนื้อต้องตัวมันได้ (มันกลัวคนมากๆ)จนเข้าสู่ปีที่ 2 ผมกับมันจึงสนิทกัน และเป็นที่มาถึงความเข้าใจของสมาชิกหอพักว่า ผมเป็นเจ้าของมัน (โอเค เป็นก็ได้ว่ะ)



ไอ้แดงเป็นหมาขี้กลัว ไม่กัดทั้งคนและหมาด้วยกันเอง มันจะวิ่งไปต้อนรับคนในหอเมื่อได้ยินเสียง และเดินตามไปส่งถึงหน้าห้องและกลับไปนอนต่อ ทำอย่างนั้นมา 5 ปี จนกระทั่งคนที่มาเช่าห้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนรุ่นแล้วรุ่นเล่าสนิทกับมัน น้องผู้หญิงในหอพักคนหนึ่ง เรียกไอ้แดงว่า โทนี่ ผมจึงเรียกมันอยากกระแนะกระแน๋ว่า โทนี่แดง



หนึ่งปีให้หลังมานี้ ไอ้แดงเริ่มออกอาการโอเวอร์แอ๊คติ้ง คือเห่าหอนดีใจ เมื่อเห็นคนเข้ามาที่พักอย่างออกนอกหน้า หนักสุดก็คือผม มันกระโดดเข้าหายังกับจิงโจ้ ความผูกพันของผมกับมันเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว ไอ้แดงเริ่มเข้าไปปรากฎในงานเขียนของผมหลายชิ้น เริ่มทำให้ผมห่วงว่าใครจะให้ข้าวมันกินในตอนที่ผมเข้าไปทำงานกรุงเทพ และมันทำให้ผมตัดสินใจไม่รับงานกองถ่ายหนังเรื่องหนึ่งที่มีคนชวนเข้าไปทำ เพราะผมต้องไปอยู่ที่อื่นนานเป็นแรมเดือน ผมกลัวว่าไอ้แดงจะอยู่ไม่ได้



ทั้งๆที่เริ่มไม่ชอบตัวเองที่ปล่อยให้ หมาตัวหนึ่งมามีอิทธิพลกับชีวิต ผมก็ยังถามตัวเองเสมอว่า หากวันหนึ่งผมต้องย้ายหอ แล้วมันจะอยู่อย่างไร จะเอามันไปด้วยดีไหม หรือจะทำยังไงดี จนกระทั่งความคิดที่จะย้ายที่อยู่หายไปเพราะไอ้แดง



สามเดือนก่อนหน้านี้ ไอ้แดงได้รับบาทเจ็บต้องเดิน สามขา เพราะคนตัดหญ้าที่เจ้าของหอจ้างมาทำร้ายมัน (เขาโมโหว่ามันคาบขยะมาที่สนามหญ้า) ไอ้แดงเริ่มซึม จนกระทั่งนอนซม เดินไม่ได้ ผมจึงตัดสินใจพามันไปหาหมอ....ก่อนหน้านี้ไอ้แดงเคยป่วยหนักเพียงครั้งเดียวคือ วิ่งชนกิ่งไม้ตาอักเสบ มันไม่ยอมขึ้นรถผมไปหาหมอ จนได้ถ่ายรูปตามันไปให้หมอจ่ายยามาให้แทน ครั้งนี้เช่นกัน ไอ้แดงสู้สุดชีวิตที่จะไม่ไปหาหมอ ผมเห็นท่าไม่ดีจึงต้องใจร้าย บังคับมันขึ้นรถ จนไปถึงโรงพยาบาลได้อย่างทุลักทุเล



ไอ้แดงนอนโรงพยาบาลอยู่หนึ่งคืน หมอบอกว่ามันซึม และไม่กินข้าว ผมไปเยี่ยมมันและรับรู้ถึงสายตาได้ว่า มันอยากกลับบ้าน จึงขอหมอเอาตัวมันกลับหอพักดีกว่า....



แดงได้กลับหอพัก อาการดีขึ้น แต่มันโกรษผมตั้งแต่วันนั้น เรียกก็ไม่มา และมันตัดสินใจไปสนิทกับน้องพยาบาลห้องข้างๆแทน จนผมคิดว่ามันคงกลัวผมไปตลอดชีวิตแน่ๆ....สามสี่วันถัดมาในคืนหนึ่ง ไอ้แดงมีอาการซึมอีก ครั้งนี้หนักสุด แรกๆนอนซม และต่อด้วยอาการชัก หลงๆ ลืมๆ ลุกขึ้นมาเดินวนไปมาไร้ทิศทาง น้องพยาบาลกับผมเดาว่า ใครคนหนึ่งอาจใจร้ายวางยามัน(ขโมยแถวนั้นชอบวางยาหมาเพื่อหาจังหวะเข้าขโมยของ) จึงรับเอาไข่ดิบและน้ำมะขามกรอกปาก จนกระทั้งมันล้มลง นิ่งไป น้องพยาบาลร้องไห้..ผมไม่รู้จะทำอย่างไร อยากให้มันหายหรือหลุดพ้นจากการทรมานครั้งนี้เหลือเกิน ไอ้แดงนิ่งไปนาน... จนน้องพยาบาลบอกว่า “รุ่งเช้าคงได้ฝังมันแล้วล่ะพี่” ตลอดคืนผมนอนไม่หลับ แอบมองว่ามันยังหายใจดีหรือไม่ จนกระทั้งเช้า ผมจึงพามันไปส่งโรงพยาบาลอีกครั้ง หมอบอกว่า แดงมีพยาธิที่หัวใจ อาการหนักเอาการ ผมจึงให้มันนอนโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการจนถึงที่สุด



เช้าวันที่ 29 กรกฎาคม ในขณะที่ผมกำลังพาพ่อเข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลศรี หมอที่โรงพยาบาลสัตว์ก็โทรมาบอกผมว่า ไอ้แดงสิ้นใจแล้ว....



ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา..ทุกครั้งที่ผมกลับห้องพัก ยังคิดถึงภาพที่มันวิ่งออกมากระโดดต้อนรับและเห่าหอนเดินไปส่งที่ห้องอยู่เสมอ คิดว่าตัวเองคงเศร้าไม่นาน อาการคงหายไปเอง แต่แล้ววันนี้ วันที่ 29 ตุลาคม ในขณะที่ผมกำลังนั่งรอพ่อรับยาที่โรงพยาบาล ผมก็คิดถึงมันอย่างรุนแรง มีน้องคนหนึ่งถามผมว่า ระยะหลังนี้ ทำไมพี่ชอบขึ้นข้อความในเพสบุ๊ก แบบเหงาๆ วันนั้นผมยังไม่แน่ใจว่าตัวเองทำไปด้วยสาเหตุอะไร แต่วันนี้ผมเริ่มแน่ใจแล้วล่ะ ว่า เรื่องไอ้แดง ทำให้ผมเหงาเมื่อกลับห้องพัก และส่งทอดอารมณ์นั้นเข้าสู่ชีวิตประจำวัน



ใครคนหนึ่งเคยบอกผมว่า เมื่อเราเศร้าและเหงาให้เล่าเรื่องนั้นให้คนอื่นฟังบ้าง ผมคิดอยู่นานกว่าจะตัดสินใจเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา และในที่สุดผมก็ได้เล่าออกมาแล้ว และหวังว่าความเหงาที่ได้เสียเพื่อนไปจะจางหายไปบ้าง



แด่..ไอ้แดง เพื่อนกันตลอดไป

ฝากช่วงเวลาใหม่ของช่องด้วยครับ "ทดลองออกอากาศ" https://www.youtube.com/watch?v=UZbbyVur1bk https://www.youtube.com/watch?v=-...