#BKKY
ช่วงแรกๆ เราพยายามจับเส้นเรื่องที่เป็น พาร์ทสารคดีว่า...ตกลงมันเป็นเรื่องของใคร หรือมันเป็นเรื่องของคนหลายๆคนในนี้เอามาต่อกัน(วะ)แต่พอเอาเข้าจริงๆ เราก็ปล่อย ไม่พยายามจับแล้วว่ามันเป็นเรื่องของใคร แล้วมันก็ได้ แมสเสจมาก้อนหนึ่งที่ไปสนับสนุน เส้นเรื่องแต่ง พอปล่อยอารมณ์ให้มันมาถึงจุดนี้ก็ดูเพลินเลย...
เราเอาใจช่วยตัวละครฝ่ายหนึ่ง แล้วก็ด่าตัวละคนอีกฝ่ายว่า..อ้าว น้องทำงี้ได้ไง หลายใจจัง เฮ้ย...มีเหตุผลบ้างซิวะ คิดแต่ฝ่ายน้อง ฟังอีกฝ่ายบ้างดิ แต่แล้วไม่นาน เราก็กลับมาเห็นใจฝ่ายที่เคยด่า...แล้วก็ กลับไปว่า..ฝ่ายที่เคยเอาใจช่วย....เป็นอย่างงี้สลับไปมา จนกระทั่งหนังจบ
เลยรู้สึกว่า...โอ้ย....หนังจบเร็วจัง มันน่าจะยาวกว่านี้ กำลังสนุกเลย
รวมๆแล้ว ชอบอารมณ์ (มูด) ของหนัง มันมีความหมายมากมายที่ซ่อนไว้ให้คิด เหมือนกำลังดูหนังวัยรุ่นรสชาติใหม่ ( แอบบอกตัวเองว่า...กูจะไม่เป็นผู้ใหญ่แบบในหนังเรื่องนี้ (หรือจริงๆ เป็นไปแล้ววะ) )
ชอบดนตรีประกอบ มุมกล้องช่วงโดรนช็อตกับ สเก็ตบอร์ด (เสียดาย ช่วงท้ายช็อตแอบเห็นเงาตากล้อง)
กลับออกจากโรงหนัง มานั่งอ่านบทสำภาษณ์ ผกก. เลยเข้าใจกระบวนการคิดการทำของเขามากขึ้น
รวมถึงเข้าใจวัยรุ่นยุคนี้ด้วย..
แต่ก็แอบกลับไปถามตัวเองเหมือนกันนะว่า..
ตอนเราเป็นวันรุ่น มันซับซ้อนแบบนี้มั้ยฮึ
ปล.ดูเรื่องนี้แล้วแอบคิดเยอะนะเนี่ย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น